” ต้นไม้ ” คือ หัวใจของเมือง

บอกได้เลยว่าต้นไม้มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ถ้าขาดต้นไม้ไปก็เหมือนขาดชีวิต 🌳

ในอดีตมีเมืองที่ถูกต้นไม้กุมชะตาของเมืองเอาไว้ เมื่อ 3000 ปีก่อนคริสตกาล เมืองอูรุก (อยู่บริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน) มีประชากรหนาแน่นกว่านิวยอร์กในปัจจุบันที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นอันดับ 1 ของประเทศอเมริกา 😥

ด้วยความหนาแน่นก็จำเป็นที่จะต้องขยายระบบชลประทานเพื่อเลี้ยงประชากร ขณะเดียวกันชาวนาก็เริ่มตัดต้นไม้เพื่อสร้างที่ว่างสำหรับการเพาะปลูก โดยไม่รู้เลยว่าต้นไม้นั้นเป็นเครื่องกรองชั้นดีของทรัพยากรน้ำ ส่งผลให้ระบบชลประทานปนเปื้อน น้ำที่เหลือจากแหล่งแร่ก็ทำให้ดินเค็มจนไม่สามารถทำการเกษตรได้ 🙅🏼‍♀️

ในขณะที่ 500 ปีก่อนคริสตกาล เมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ก็มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน โดยพื้นฐานประชาชนให้ความสำคัญกับศาสนา เนื่องจากเมืองเป็นที่ตั้งของต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ภายใต้ต้นนั้น พวกเขาจึงมองว่าต้นไม้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเคารพที่มีต่อศาสนาทำให้ประชาชนรักต้นไม้และนำไปสู่การปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของระบบชลประทานก็ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับป่าไม้โดยรอบ สุดท้ายเมืองก็มีการเติบโตมากกว่าอูรุกถึง 2 เท่า 👨‍👩‍👧‍👦

จากเรื่องราวของ 2 เมืองในอดีต ก็ทำให้เรารู้ได้ว่าต้นไม้เป็นสิ่งสำคัญมาโดยตลอด และมนุษย์ก็รู้เรื่องนี้มานานแล้ว เพราะต้นไม้ไม่ใช่แค่สำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอีกด้วย 🌳

ที่มากไปกว่านั้นต้นไม้มีส่วนสำคัญในการสู้กับ Climate Change ที่ตอนนี้ส่งผลเสียไปยังทั่วโลก ไม่ว่าจะการที่ธารน้ำแข็งละลาย หรืออุณหภูมิพุ่งสูงทั่วโลก ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ 🔥

ในปัจจุบันเราต้องใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ทั่วทั้งโลกต้องร่วมกันแก้ไขและทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น 🌏

ใครอยากฟังเนื้อหาเพิ่มเติมไปฟังคลิปของ TED-Ed ได้เลย 👇🏻

Source: https://youtu.be/zarll9bx6FI